Loading...

เมนู

ภาษา:
นันยาง Logo

นันยาง

ธุรกิจผลิตและจำหน่ายรองเท้า

เกี่ยวกับเรา

บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เป็นบริษัทในตำนานของไทยที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของรองเท้า "นันยาง" ซึ่งเป็นที่รู้จักและผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยมาอย่างยาวนานกว่า 70 ปี โดยเฉพาะรองเท้าผ้าใบนักเรียนและรองเท้าแตะ "ตราช้างดาว"

จุดเริ่มต้น

ตำนานของนันยางเริ่มต้นขึ้นราวปี พ.ศ. 2460 เมื่อคุณวิชัย ซอโสตถิกุล (ซู ถิง ฟาง) อพยพจากมณฑลฮกเกี้ยน ประเทศจีน มายังประเทศไทย ท่านได้เริ่มต้นจากการทำงานและเก็บเกี่ยวประสบการณ์จนสามารถก่อตั้งธุรกิจของตนเองได้

ในช่วงแรก ธุรกิจของนันยางเป็นการนำเข้ารองเท้าจากสิงคโปร์มาจำหน่ายในประเทศไทย แต่ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล เมื่อเห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพด้านวัตถุดิบยางพาราซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ จึงเกิดแนวคิดที่จะผลิตรองเท้าขึ้นเองในประเทศ

การก่อตั้งและเติบโต

พ.ศ. 2496 (ค.ศ. 1953): นันยางได้เริ่มตั้งโรงงานและสายการผลิตรองเท้าผ้าใบในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ถือเป็นจุดกำเนิดของรองเท้าผ้าใบสัญชาติไทยที่ผลิตจากยางพาราธรรมชาติ 100%

พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957): ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัท เมื่อคุณเพียรศักดิ์ ซอโสตถิกุล บุตรชายของคุณวิชัย ซึ่งมีความชื่นชอบในกีฬาแบดมินตัน ได้พัฒนารองเท้าผ้าใบรุ่น 205-S ที่มีพื้นยางสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อให้เหมาะกับการเล่นกีฬาแบดมินตันโดยเฉพาะ รองเท้ารุ่นนี้ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วในหมู่นักกีฬาและกลายเป็นสินค้ารุ่นคลาสสิกที่ได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน

รองเท้าแตะตราช้างดาว: นอกจากรองเท้าผ้าใบ นันยางยังได้ผลิตรองเท้าแตะที่ทนทานและเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศในชื่อ "ช้างดาว" ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเรียบง่าย ทนทาน และใช้งานได้จริงในทุกสถานการณ์

ปรัชญาและเอกลักษณ์

เอกลักษณ์ที่ทำให้นันยางครองใจคนไทยมาทุกยุคทุกสมัยคือ คุณภาพ ความทนทาน และราคาที่เข้าถึงได้ บริษัทมุ่งเน้นการผลิตสินค้าที่ใช้งานได้จริง (Functional) มากกว่าสินค้าแฟชั่นที่มาไวไปไว โดยใช้วัตถุดิบหลักคือยางพาราธรรมชาติคุณภาพสูงจากในประเทศ ซึ่งทำให้รองเท้ามีความยืดหยุ่นและทนทานเป็นพิเศษ

นันยางในปัจจุบัน

แม้จะเป็นแบรนด์เก่าแก่ แต่นันยางไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนา มีการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยผ่านการตลาดที่สร้างสรรค์ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น "Nanyang Sugar" สำหรับนักเรียนหญิง หรือการร่วมมือกับดีไซเนอร์เพื่อสร้างสรรค์สินค้ารุ่นพิเศษ แต่ยังคงแก่นแท้ของแบรนด์ในเรื่องคุณภาพและความทนทานไว้เสมอ

ปัจจุบัน บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ไม่เพียงแต่เป็นผู้นำในตลาดรองเท้านักเรียนในประเทศไทย แต่ยังส่งออกสินค้าไปยังหลายประเทศทั่วโลก ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ไทยระดับตำนานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

ความยั่งยืน (ESG)

นันยาง (Nanyang) (โดยเฉพาะกลุ่ม นันยางเท็กซ์ไทล์ และ นันยางมาร์เก็ตติ้ง) ให้ความสำคัญกับหลักการ ESG (สิ่งแวดล้อม-สังคม-ธรรมาภิบาล) อย่างจริงจัง โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการ Nanyang REBORN และ KHYA (ขยะ) ที่นำเศษวัสดุเหลือใช้ (เศษยาง, เศษผ้า, ขยะทะเล) มาสร้างมูลค่าใหม่ (Waste to Value) เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สร้างผลิตภัณฑ์ยั่งยืน และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน แนวทางการดำเนินงานด้าน ESG ของนันยาง: E - Environment (สิ่งแวดล้อม): • Nanyang REBORN: นำเศษผ้าและพื้นยางเหลือใช้มาทำเป็นรองเท้ารุ่นใหม่ (Remake, Retake, Retry) เพื่อลดขยะและลดการปล่อยคาร์บอน • โครงการ KHYA (ขยะ): ร่วมมือกับแบรนด์ "ทะเลจร" นำขยะทะเล (รองเท้าแตะเก่า) มา Upcycle เป็นรองเท้าแตะช้างดาวคู่ใหม่ • Waste to Value: เปิดรับไอเดียจากนักวิจัยและบุคคลทั่วไปเพื่อนำเศษยางพาราไปต่อยอดสร้างมูลค่า • เป้าหมายลดคาร์บอน: โครงการ Nanyang REBORN ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้เทียบเท่าต้นไม้หลายพันต้น S - Social (สังคม): • Co-creation: สร้างสรรค์โครงการร่วมกับชุมชนและนักวิจัย • สนับสนุนนักออกแบบ: ส่งเสริมวงการดีไซเนอร์หน้าใหม่ • รับผิดชอบต่อปัญหาขยะ: เข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหาขยะทะเลและขยะในประเทศไทย G - Governance (ธรรมาภิบาล): • วิสัยทัศน์องค์กร: มุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรด้วยแนวทางความยั่งยืน โดยสรุป: นันยางใช้ ESG เป็นกลไกสำคัญในการบริหารธุรกิจยุคใหม่ เพื่อสร้างความยั่งยืน ผ่านการจัดการขยะ, นวัตกรรมผลิตภัณฑ์, และความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ

ข้อมูลสำคัญ

ประเภทธุรกิจ

ธุรกิจผลิตและจำหน่ายรองเท้า

ปีที่ก่อตั้ง

1953

เว็บไซต์

nanyang.co.th